ปฏิบัติการครั้งประวัติศาสตร์ของเจ้าหน้าที่เวียดนามได้สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วภูมิภาค เมื่อมีการทลายเครือข่ายผลิตและค้าอาวุธผิดกฎหมายข้ามจังหวัดขนาดใหญ่ ซึ่งนับเป็นการเผยให้เห็นถึงขบวนการใต้ดินที่ซับซ้อนและไร้รูปร่าง กระบวนการผลิตอาวุธที่เกือบจะเทียบเท่ามาตรฐานทางทหารถูกจัดตั้งขึ้นอย่างลับๆ ภายใต้ฉากหน้าของโรงงานผลิตทั่วไป นำมาซึ่งคำถามสำคัญว่าเครือข่ายนี้เติบโตมาได้อย่างไร และอะไรคือปัจจัยที่ทำให้มันสามารถดำเนินการมาได้ยาวนานโดยไม่ถูกจับตา
จุดเริ่มต้นของเรื่องราวนี้มาจากกองบังคับการตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์และเทคโนโลยีขั้นสูงของจังหวัดฮาติญ ที่ตรวจพบสัญญาณของเครือข่ายอาชญากรรมซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิต จัดเก็บ และค้าอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างผิดกฎหมายข้ามหลายจังหวัด ด้วยข้อมูลที่แม่นยำ เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 60 นายจึงถูกระดมกำลังและประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อเข้าบุกค้นโรงงานต้องสงสัยสองแห่งพร้อมกันในนครโฮจิมินห์และดงไน
จากการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้พบหลักฐานที่น่าตกใจ ทั้งปืนไรเฟิลอัดลม PCP กว่า 178 กระบอก, แมกกาซีน 113 ชิ้น, อะลูมิเนียมอัลลอยด์เปล่า 300 ชิ้น และชิ้นส่วนประกอบอาวุธปืนอีกหลายร้อยรายการ ที่สำคัญคือมีการยึดเครื่องจักร CNC milling และ CNC lathe ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทันสมัยในการผลิตชิ้นส่วนประกอบอาวุธ สิ่งเหล่านี้ยืนยันให้เห็นภาพความจริงของแหล่งผลิตที่ถูกปกปิดอย่างแนบเนียนภายใต้ธุรกิจบังหน้า
ผู้ต้องสงสัยหลักที่ถูกควบคุมตัวคือ หวู หมาน กวี๊ยต จากดงไน ซึ่งเช่าโรงงานและลงทุนในเครื่องจักร CNC เพื่อผลิตชิ้นส่วนปืนไรเฟิลอัดลมมาตั้งแต่ปี 2023 เขาใช้บัญชี Telegram และ Viber ที่ไม่ระบุตัวตนในการติดต่อสื่อสารและทำธุรกรรม สร้างเป็นห่วงโซ่อุปทานแบบปิดตั้งแต่การผลิต การประกอบ ไปจนถึงการจัดจำหน่ายอาวุธ ซึ่งมีการทำธุรกรรมนับพันรายการทั้งในและนอกประเทศ นี่คือการบ่งชี้ถึงความเชื่อมโยงที่กว้างขวาง และความสามารถในการปฏิบัติการที่เหนือกว่าแค่การผลิตในครัวเรือน
ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่เพียงแต่สกัดกั้นการแพร่กระจายของอาวุธผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปถึงกลุ่มอาชญากรที่คิดจะใช้เทคโนโลยีและการปกปิดเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย หลังจากนี้ การสอบสวนจะขยายผลไปสู่ผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมในนครโฮจิมินห์และดงไน เพื่อเปิดโปงทุกมิติของเครือข่ายและนำผู้กระทำผิดมารับโทษตามกฎหมาย ซึ่งจะส่งผลให้เครือข่ายอาชญากรรมทั่วภูมิภาคต้องปรับแผนการเคลื่อนไหวใหม่ทั้งหมด